Sunday, April 1, 2012

1 เมษายน วันโกหก





วันที่ 1 แล้ว... เย้ๆๆ แหม... วันที่ 1 ทีไรคนไทยเป็นสุขใจทุกที เพราะเป็นวันเงินเดือนออก 55 (หรือบางคนก็อาจไม่ออก อิอิ) แถมยังเป็นวันที่นักเสี่ยงโชคร่าเริงสุด ๆ เพราะเป็นวันหวยออกนั่นเอง

แต่สำหรับชาวฝรั่ง วันที่ 1 เมษายน กลับเป็นวันที่พวกเขาเรียกกันว่า "April Fool's Day" วันแห่งการโกหก ซึ่งถือเป็นวันที่จะแกล้งกันสนุกสนานด้วยการโกหก... แท้จริงมีตำนานเล่ากันมาว่า เมื่อสมัยก่อนนี้ พวกฝรั่งเขาก็มีวันขึ้นปีใหม่ใกล้ๆ บ้านเรานี่แหละคือเดือนเมษายน แต่แล้วทางการมีการเปลี่ยนวันปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม บังเอิญยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ ก็ยังคงส่ง ส.ค.ส. ให้กันในวันที่ 1 เมษายน พวกเขาก็เลยเรียกพวกนี้ว่าพวก "เมษาหน้าโง่" แล้วก็มีการแกล้งกันโดยไม่บอกความจริงเพื่อความสนุกสนาน จริงๆ มันก็แค่เนี่ยแหละ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ว่าเทศกาลอะไรของใครชาติไหน คนไทยเราเล่นด้วยหมด


วิธีการเล่นคือ...

วันที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นวัน April's Fool Day เป็นวันที่คนแกล้งหลอกกันด้วยการแต่งเรื่องอะไรก็ได้มาหลอกให้คนอื่นหลงเชื่อ จากนั้นค่อยเฉลยในตอนท้าย ซึ่งเรื่องที่เอามาหลอกนั้นจะต้องไม่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับเลือดตกยางออก และคนที่ถูกหลอกจะต้องไม่โกรธด้วย เพราะถือว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ ยกเว้นให้หนึ่งวัน

credit kapook

สุดเจ๋ง! รูปจำลองคนดังระดับตำนานในวัยเด็ก






การ คิดถึงดาราและศิลปินระดับตำนาน ให้เป็นคนที่ธรรมดา คงฟังดูเป็นเรื่องยาก แต่อันที่จริงเเล้ว พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสวย หล่อ ตลอดเวลา คงไม่มีใครคิดว่า ออเดรย์ เฮปเบิร์น นักแสดงชื่อดัง จะเป็นคนที่มีสไตล์และเปรี้ยวจี๊ดในวัยเพียง 6 ขวบ หรือ แอนดี้ วาร์ฮอร์ ศิลปินชื่อดัง อาจจะเป็นเพียงเด็กแปลกคนหนึ่ง ก่อนที่ทุกคนจะรู้จักเขาว่าเป็นอัจฉริยะในงานศิลปะ

แต่ ขณะนี้ โอลก้า ลาริส ได้ถ่ายภาพจำลองไอคอน หรือบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจเหล่านี้ ขณะที่พวกเขายังเป็นเด็ก ซึ่งภาพถ่ายชุดดังกล่าว ถ่ายไว้ตั้งเเต่เดือนกุมภาพันธ์ 2012 และลงในนิตยสาร bbmundo โดยจะให้เด็ก ๆ ที่ผ่านการคัดเลือก มาแต่งตัวเป็นคนดังในอดีต ทั้งที่แต่งตัวเป็นนักแสดง เช่น มาริลีน มอนโร ออเดรีย์ เฮปเบิร์น เจมส์ ดีน หรือแต่งเป็นศิลปินชื่อดัง ทั้ง แอนดี้ วาร์ฮอร์ จอน-มิชเชล บาสเกอ หรือ ฟรีด้า คาโล

ขอบอกว่า… ดูแล้วแอบน่ารักน่าหยิกไม่ใช่น้อยเลยล่ะ

credit kapook

Tuesday, March 6, 2012

นักวิจัยเตือน อาจจะเกิด "บิ๊กวัน" แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น เป็นบ้าเป็นหลังจนประเมินค่าความเสียหายไม่ได้

เหลือเพียงอีก 2 วันเท่านั้น ก็จะครบรอบ 1 ปี จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ถึงแม้ว่า ความสูญเสียต่าง ๆ ทางรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้เร่งซ่อมแซม ฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวให้กลับมีสภาพดีดังเดิมได้ แต่ดูเหมือนว่า ความสูญเสียทางด้านจิตใจ คงต้องใช้เวลาเยียวยาอีกนาน อีกทั้งเมื่อเร็ว ๆ นี้ นักวิจัยชาวญี่ปุ่น ได้เปิดเผยว่า อาจจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหม่อีกครั้ง หรือที่เรียกกันว่า "บิ๊กวัน" ซึ่งรุนแรงและสร้างความเสียหายเกินกว่าที่จะประเมินได้...

ทั้งนี้ กรุงโตเกียว หรือ เกรทเทอร์ โตเกียว ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นถึง 35 ล้านคน ถูกมองว่า เผชิญการเคลื่อนไหวของเพลทเทคโทนิคเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหววัดแรงสั่นสะเทือนได้ 9.0 ริคเตอร์ ตามด้วยสึนามิ เมื่อเดือนมีนาคม และในทุก ๆ วัน มีอัตราการเกิดแผ่นดินไหวเฉลี่ยเกือบ 1.5 ครั้ง ทั้งในและรอบรุงโตเกียว ซึ่งเขตแดนแห่งนั้นได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุดบนโลก แต่ทั้งนี้ ชาวโตเกียวก็คุ้นเคยกับสภาพของแผ่นดินไหวเป็นอย่างดี

ส่วนสถาบันวิจัยแผ่นดินไหวของมหาวิทยาลัยโตเกียว ระบุว่า กรุงโตเกียวถูกสร้างขึ้นตรงบริเวณที่เพลทเทคโทนิค 4 แผ่น มาบรรจบกัน และภายในอีก 4 ปีข้างหน้า จะมีโอกาสที่เจอแผ่นดินไหวรุนแรงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจจะรุนแรงเกินกว่า 7.0 ริคเตอร์ ทางการญี่ปุ่นจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ สถาบันวิจัยฯ ได้จำลองเหตุการณ์โลกไหว 7.3 ริกเตอร์ ที่โตเกียวเบย์ ทางตอนเหนือของประเทศในช่วงเย็นของสุดสัปดาห์ จากการทดลองจะเห็นได้ว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นจริง จะทำให้มีผู้เสียชีวิต 6,400 คน และบาดเจ็บอีก 160,000 คน บ้านเรือนและอาคาร 471,000 หลัง พังพินาศ ส่วนใหญ่ถูกไฟไหม้ และจะส่งผลให้เกิดขยะราว 96 ล้านตัน มากเป็น 4 เท่าของขยะที่เกิดจากสึนามิ ซัดเข้ากวาดพื้นที่ชายฝั่งด้านตะวันออกของเฉียงเหนือของประเทศ

ผลการจำลอง ยังพบอีกว่า ในพื้นที่ประสบภัยจะไม่มีคนอยู่เข้าอยู่ และกว่า 1 ล้านครัวเรือนจะไม่มีน้ำประปา แก๊ส ไฟฟ้า รวมไปถึงสัญญาณโทรศัพท์ นานหลายวัน วัดตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจได้ราว ๆ 1.45 ล้านดอลลาร์ หรือ 1 ใน 3 ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)ของญี่ปุ่น ส่วนบริเวณที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม ทำให้การดำรงชีวิตถูกรบกวน และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมของโลกhttp://www.blogger.com/img/blank.gif

อย่างไรก็ตาม ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีประสบการณ์ในเผชิญแผ่นดินไหวทุกปี และเคยเผชิญแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี 2466 หรือที่เรียกว่า "เกรท คันโต" ที่มีความรุนแรง 7.9 ริกเตอร์ ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีระบบเตือนภัยใด ๆ และแผ่นดินไหวดังกล่าว ได้คร่าชีวิตประชาชนไปกว่า 142,800 คน

ส่วนทางด้านนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่น ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถทำนายได้อย่างแม่นยำ และชัดเจน ถึงการวันเวลาที่จะเกิดแผ่นดินไหว เพียงรู้แต่ว่า จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน จึงขอให้ทางการเร่งกำหนดจุดยุทธศาสตร์ เพื่อเตรียมรับมือกับผลที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งยังรวมไปถึงการดูแลเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 54 แห่ง เนื่องจากถ้าเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว อาจจะส่งผลอันตรายแก่ประชาชนทั่วโลก
by สุรินทร์
======================================================

Thursday, February 23, 2012

อากาศสุรินทร์วันนี้ร้อนมาก

เมื่อไม่กี่วันก่อนยังหนาวอยู่เลย อากาศเปลี่ยนแปลงไวจริงๆ

แวะกินเค้กร้านเซรีเบสที่สุรินทร์

แวะกินเค้กร้านเซรีเบสที่สุรินทร์อร่อยถูกใจมากๆ

คราวหน้าจะเอารูปเค้กมาลงให้ดูกันน๊า